ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘Uncategorized’

Cuil – Search Engine ตัวใหม่

กลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน เปิดทีวีดูตอนตีหนึ่งครึ่ง เจอข่าว update ว่าตอนนี้มีเว็บไซต์ search engine ตัวใหม่เกิดขึ้น ชื่อว่า Cuil (www.cuil.com) ซึ่งทางสื่อได้บอกว่า เป็น search engine ตัวใหม่ที่น่าสนใจเพราะว่าจัดทำโดยคนที่เคยเป็นพนง.ทีม develop ของ google ด้วย และมีการจัดเก็บหน้าเว็บไซต์ไว้ใน database มากกว่า google ซะอีก (ประมาณ 3 เท่ามั้ง จำไม่ได้แน่ชัด)

ข่าวมีประมาณนั้น อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ ผมเพียงแค่คิดว่าเผินๆ ว่า ..​หนึ่ง ใครหนอจะมาตีความแรงของ google ในขณะนี้ได้ และ สองคือ หากจะบอกว่าน่าสนใจเพราะเป็นทีม dev เก่าของ google นั้น ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะตื่นเต้นซักเท่าไร่ เพราะเข้าใจว่า พนง. ของ google นั้นก็มีอยู่หลายพันอยู่..

อย่างไรก็ตาม แค่ลองเอามา update ให้ได้รู้กัน

สงคราม Blu-Ray และ HD DVD

เมื่อการต่อสู้ระหว่าง 2 format ในการดูหนังแบบละเอียดสุดๆ ที่ต้องบอกว่า technology นั้นเหมือนกันยังกะแกะ ต่างกันแค่ชื่อเรียกอย่าง Blu-Ray ของ Sony และ HD DVD ของ Toshiba ได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อทาง Toshiba ได้ออกมาประกาศยอมแพ้และประกาศยุติการผลิตเครื่อง hardware สำหรับ HD DVD

ก่อนหน้านี้การแย่งชิงตลาดความเป็นใหญ่ในการทำหนังความละเอียดสูงนั้น ทาง Sony และ Toshiba ต่างแย่งกันหา partner ค่ายหนังเพื่อผลิตหนังความละเอียดสูงใน format ของตน ซึ่งหลายเจ้าเอนเดียงมาทาง Blu-Ray ซะเยอะ ส่วนหนึ่งเค้าบอกกันว่า แค่ชื่อ blu-ray ก็ฟังดูเท่กว่า HD DVD เยอะ

อย่างไรก็ตาม การยอมแพ้ครั้งนี้ส่งผลกระทบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อีกหนึ่งคือ XBox ที่ได้ทำการผลิต hardware ของตัวเองเพื่อสนับสนุน HD DVD นั้น ก็ต้องออกมาประกาศยกเลิกการผลิตด้วยเช่นกัน

ดีครับ ที่เลิกทะเลาะกันซะที เพราะว่าก่อนหน้านี้ทางผู้บริโภคเองก็ปวดหัวเหมือนกันว่าจะซื้อเครื่องเล่น blu-ray หรือ เครื่องเล่น HD DVD ดี (เพราะว่ามันแยกกัน) ถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องเลือกแล้ว แต่ว่าสงสารคนที่ซื้อเครื่อง HD DVD ไปแล้วเน๊ยะอ่ะดิ

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ล่าสุด 2 อาทิตย์ที่แล้วผมก็ได้เห็น blu-ray ในแบบเถื่อนๆ แผ่นละไม่กี่ร้อยที่ตึก fortune.. คนเอเชียเรานี่เก่งจริงๆ

create8


ประมาณหนึ่งเดือนได้แล้วที่เผอิญไปเจอร้านหนังสือดีดีที่ Central World ร้านนี้ชื่อว่า Create8

ร้านนี้มีการออกแบบหน้าตาได้ดูสวยดีแปลกตา เป็นร้านขายหนังสือเกี่ยวกับ Art ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น interior, architect, ad, graphic design, web design ด้วยการจัดรูปแ บบร้านที่ดูดีน่าสนใจประกอบกับจำนวนหนังสือที่มีเยอะแยะมากมายให้เลือกกัน ทำให้ต้องขอเอาร้านนี้มาลงไว้ใน blog เพื่อมา share ทุกๆคนได้ลองไปเยี่ยมชมดู

ร้านนี้อยู่ที่ชั้น 3 Central World (แถวๆ ทางเข้า zone ZEN) ซึ่งรูปที่ได้มานี้ จริงๆแล้วเค้าบอกว่า ไม่ให้ถ่ายรูปในห้าง แต่ก็อย่างว่า เขียน blog แนะนำแต่ไม่มีรูปร้านมาให้ดู มันก็ไม่ได้เนอะ

rgb72’s Premium Gift 2008

และแล้ว ปี 2007 กำลังผ่านพ้นไป ปี 2008 กำลังย่างเข้ามา หนึ่งในความฝันของ rgb72 ก้ได้สำเร็จลุล่วงอีกหนึ่ง นั่นคือการจัดทำเสื้อ t-shirt เป็นของตัวเอง โดยปีนี้ได้ใช้สีเขียวและดำเป็น theme หลักในการทำเสื้อ.. นอกจากนี้ยังได้ทำ package สำหรับเตรียมพร้อมที่จะแจกลูกค้า ซึ่งถึงแม้จะทำได้ช้าหน่อย แต่ก็ดีที่ได้แจกแบบปลื้มๆ

สำหรับใครที่ request ไว้ใน HBD rgb72 ยังไม่ลืมนะครับ ยังงัยแล้วจะเก็บเอาไว้ให้ในโอกาสที่ได้เจอกันครับ

Happy New Year 2008 to you all krub.

Codenames หนุกๆ

วันก่อนคิดกันว่าจะหาชื่อมาตั้งสำหรับการทำ project ใหม่ภายใน rgb72 เลยได้ idea ว่า วันนี้จะมาคุยกันเรื่อง codename ดีกว่า

Codename คือชื่อที่ทางบริษัท (ซึ่งโดยมากจะเป็นบริษัท software) เป็นคนตั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อเหตุผลในการเก็บข้อมูลเป็นความลับ ยกตัวอย่างเช่น Photoshop version 4 นั้นใช้ชื่อว่า Big Electric Cat เวลา programmer ของ Adobe develop Photoshop version 4 ก็จะใช้ชื่อ Big Electric Cat มาเรียกแทน เกิดคู่ต่อสู้มาได้ยินเข้า ก็จะได้ไม่รู้ว่า เราพูดกันในเรื่องของอะไรอยู่

การตั้งชื่อ Codename เลยเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่ง ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการตั้งชื่อพวกนี้ ไม่ใช่อะไรที่เป็นสาระสำคัญ หรือต้อง serious อะไรนัก ดังนั้นชื่อที่ออกมา หลายครั้งเป็นชื่อที่ฟังดูแล้วแปลกมาก ตลกมาก วันนี้เลยขออนุญาติ เอาชื่อ codename พวกนี้ มาเขียนให้อ่านกันขำขำ

ชื่อ Codename ที่ผมคิดว่าดังที่สุด ที่หลายคนรู้จัก ก็น่าจะเป็นชื่อของ Photoshop เน๊ยะแหละครับ version 4 มีชื่อว่า Big Electric Cat อย่างที่ได้บอกไปแล้ว version 5 ชื่อ Strange Cargo, version 6 ชื่อ Venus Furs, 7 คือ Liquid Sky, CS คือ Dark Matter และสำหรับ CS2 คือ Space Monkey

ผมชอบการตั้งชื่อ codename ของ Apple นะครับ เพราะว่า Apple นั้นจะตั้ง codename software หรือผลิตภัณฑ์ตัวหลัก ได้อย่างมีแบบแผน มีการจัดกลุ่ม อย่างที่เรารู้ๆกันชัดเจนเลยก็คือ version หลักของ OSX นั้นจะเป็นกลุ่มของเสือ เช่น Cheetah, Puma, Tiger, Jaguar, Panther หรือตัวล่าสุดที่กำลังจะออก (วันนี้ วันที่ผมเขียนอยู่) คือ Leopard OSX 10.5 หรือตัว Operatiing System (OS) สมัยก่อนก็มีการจัดกลุ่มเป็นกลุ่มของดนตรี เช่น OS 7.1.2 คือ Rock&Roll, 7.5 คือ Mozart, 7.6 คือ Harmony, 8.0 คือ Tempo, 8.5 : Allegro, 8.6 : Veronica, 9.0 : Sonata, OSX Server : Rhapsody และอื่นๆอีกมากมาย

หลังจากที่คิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ codename เลยได้ไปค้นหาข้อมูลจาก google และได้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็คือ MacOS X รุ่นแรกๆ นั้นได้มีการใช้ชื่อ codename ว่า Siam ด้วย หรืออย่างตัว Apple 12″ RGB Monitor ก็ใช้ชื่อ codename ว่า Mai Tai (ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเครื่องดื่ม cocktail อันเลื่องชื่อของไทย) และก็มีชื่อ Aowthai (อันนี้ก็เข้าใจว่าอ่านว่า อ่าวไทย) เป็นชื่อของ LinuxTLE 5.5.91, 7.0-rc1 .. อ่านเจอแล้วน่าดีใจอย่างยิ่ง

คราวนี้เราลองมาดูชื่ออะไรที่แปลกๆ น่าสนใจดูบ้าง
Teddy เป็น codename ของ Apple II c ย่อมาจาก “Testing Every Day” (อุ่ย จะดีหรอคับ)
Phil and Dave’s Excellent CD อันนี้เป็น Apple Develper CD ซึ่งผมเดาว่า Phil และ Dave นี่น่าจะเป็นคนทำ CD ชุดนี้
Jedi ชื่อคุ้นๆ หนึ่งในตัวละคร Starwars นั่นเอง เป็น codename ของ Cyrix Processor
ET ก็ยังเป็นชื่อของ Mac รุ่นหนึ่ง
Terminator คือ Sun Network Terminal Server
Peter Pan ชื่อน่ารักขนาดนี้ก็ยังได้เป็น Apple Macintosh TV
นอกจากนี้ยังมีชื่อการ์ตูนๆ อย่าง Barney, Batman และ Gaston ด้วย

ว่ากันมาเยอะ มีแต่ codename ของ Apple ซะส่วนใหญ่ ทีนี้ลองมาดู codename ทางฝั่ง Microsoft ดูบ้าง
Microsoft มักจะตั้งชื่อ codename ตามชื่อสถานที่ อย่างที่รู้ๆกันดังๆเลยก็มี Longhorn ซึ่งก็คือ Windows Vista นั่นเอง แต่มีใครรู้บ้างว่า..
Chicago คือ Windows95, Daytona คือ Windows NT 3.5, Memphis คือ Windows 98 หรือ Whistler คือ WindowsXP

Intel ก็จะใช้ชื่อแม่น้ำสายสำคัญๆ (โดยเฉพาะใน Oregon ซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิด project) ตัวอย่างเช่น Willamette, Deschutes, Yamhill, Tualatin และ Clackamas

Nintendo ก็มีการตั้งชื่อ codename สำหรับเครื่องเล่นยอดฮิตอย่าง Wii เป็น Revolution หรือ GameCube ก็มีชื่อว่า Dolphin ส่วน Nintendo DS นั้นชื่อ Project Nitro (ดูเท่จริงๆ) และ Wii Fit ก็ใช้ชื่อว่า Wii Health Pack
เริ่มมึนกันรึยังครับ

การตั้งชื่อ codename ไม่ได้ทำกันเฉพาะ software และ hardware ในวงการ computer เท่านั้น ชื่อที่ดังมากๆอีกชื่อหนึ่งที่ได้ใช้เป็น codename ในวงการทหารของสหรัฐอเมริกาก็คือ Little Boy and Fat Man

ทราบมั้ยครับว่าเป็น codename ของอะไร..

Little Boy and Fat Man เป็นชื่อของ ระเบิด Nuclear ที่ไปลงใน Hiroshiman และ Nagasaki ประเทศญี่ปุ่นครับ

** ข้อมูลที่ได้เขียนไป หากบางอย่างไม่ถูกต้อง (โดยเฉพาะชื่อ codename ที่เขียนเกี่ยวกับประเทศไทย) หากมีใครรู้คำตอบ จะช่วยเขียนแก้ไขก็ได้นะครับ ยินดีอย่างยิ่ง **

ขอขอบคุณข้อมูลที่ได้จาก Wikipedia : Code name (http://en.wikipedia.org/wiki/Codename), Answer.com : List of computer technology codenames (http://www.answers.com/topic/list-of-computer-technology-code-names), TheAppleMuseum.com (http://www.theapplemuseum.com)

SAVE TCDC

หลังจากที่ได้ยินข่าวเรื่องการยุบ TCDC ก็ได้ถือโอกาสนำ link และบทความมาจาก bangkok2.com/blog มาช่วยเผยแพร่นะครับ

ข้อความบางส่วนจากคุณดวงฤทธิ์ บุนนาค

“ประเทศไทยของเราก็คงยังมีกรรมอยู่มาก ผมคิดว่ามีเครื่องจักรที่ดีว่าได้ช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลย ยิ่งเป็นเครื่องจักรที่เป็นอนาคตของความก้าวหน้าของเศรษฐกิจของชาตินี้ จะสร้างขึ้นมาขนาดมีอำนาจล้นฟ้ายังยากเย็น กว่าจะของบประมาณได้เลือดยังออกตา นี่ถ้ารัฐบาลง่อนแง่น ก็ไม่ต้องพูดถึงกันเลยนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าคนที่เขาดูแลเราตอนนี้คิดอะไร ถึงมารื้อเครื่องจักรที่ว่านี้เล่น ถอดเป็นชิ้นๆ ให้วิ่งไม่ได้ หัวเทียนใหม่ดี ก็เปลี่ยนหัวเทียนเก่ามาใส่ น้ำมันก็ไม่เติมให้ฝืดเคืองเสียอย่างนั้น มัวแต่คิดว่าไอ้คนขับเก่ามันไม่ดีมันโกง มันเกี่ยวอะไรกับเครื่องจักรอันนี้ไม่ทราบ คนขับมันตายไปแล้วนะ ก็ต้องทำลายเครื่องจักรนี้ให้ฉิบหายบรรลัยไปด้วย ก็ดีนะครับจะได้ลงเดินกันทั้งประเทศให้ล้าหลังสมใจ จะได้ปกครองกันง่ายๆ ว่านอนสอนง่าย หันซ้าย หันขวาได้ตามใจ”

Help support TCDC by putting your name and id number below.
we can stop this if we are together.

Blog
http://savetcdc.wordpress.com/

ลงชื่อคัดค้าน
http://aspspider.info/savetcdc/RegisterPO.aspx

Your creative future is in your hand.

ช่วยกันส่งต่อเท่าที่คุณจะทำได้ ถ้าคุณคิดว่า tcdc มีประโยนช์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบ
ในประเทศไทย และจะทำให้น้องๆ ร่วมอาชีพของคุณเก่งขึ้น

ว่ากันด้วยเรื่องของ Logo (ต่อ)

จากครั้งที่แล้วที่ได้บอกว่าจะมาคุยกันเรื่อง logo ต่อ โดยวันนี้ก็จะพูดถึง logo เทพ อย่าง Starbucks และ Nike (ที่ว่าเทพ ก็เพราะว่า 2 ชื่อนี้เป็นชื่อของเทพกรีก) และอีกเรื่องคือเรื่องของ logo identity และการจำเป็นต้องปรับ identity ของตัวเองให้เข้ากับสถานที่และบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งถือว่าเป็นการอลุ่มอลวยที่หาได้ยากนัก โดยเฉพาะ brand ข้ามชาติอย่าง McDonalds และ KFC

เริ่มกันที่เรื่อง logo เทพ อย่าง Starbucks ก่อน Logo Starbucks เป็นการรวมกันระหว่าง mermaid และ เทพ siren ของกรีก ซึ่งมีใบหน้าและลำตัวเป็นผู้หญิงและมีหางเป็นปลา 2 หาง โดย logo ที่เราเห็นในปัจจุบันนั้น ได้มีการแก้ไขมาถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเทพ Siren นั้นอยู่ในสภาพที่เปลือยอกด้านบน และมี 2 หาง ใน version 2 ก็ได้มีการเอาผมลงมาปกปิดหน้าอกทั้ง 2 ข้างนั้นซะ แต่ก็ยังคงเห็นสะดืออยู่ ส่วน version 3 หรือตัวปัจจุบันนั้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก และสะดือ ถูกปกปิดหมด แถมยังได้เติมสีเขียวเข้าไปด้วย (จากที่ก่อนหน้าเป็นขาวดำ) อย่างไรก็ตาม ในงานครบรอบ 35 ปี ทาง Starbucks ก็ได้นำ logo version แรกกลับมาใช้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองด้วย

บางคนอาจจะงงว่า แล้วชื่อ Starbucks มาเกี่ยวอะไรกับกาแฟ ..​ไม่เกี่ยวอะไรเลยครับ ชื่อ Starbuck เป็นชื่อของผู้ช่วยกัปตัน Ahab ในเรื่อง Moby-Dick ที่เจ้าของ Starbucks ชื่นชอบนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นจริงๆแล้วมีอีกชื่อหนึ่งที่ชอบมากกว่านั่นคือชื่อ “Pequod” (อ่านว่า พี ควด นะผมว่า) แต่ทางหุ้นส่วนบอกว่า คงไม่มีใครคิดอยากจะกินกาแฟยี่ห้อ Pequod หรอก จึงได้ตกลงใช้คำว่า Starbucks จนมาถึงทุกวันนี้

เลื่อนมาถึงเรื่องของ Logo brand เทพ อีกหนึ่งที่น่าสนใจ .. เทพตนนี้ชื่อ Nike

Nike เป็นชื่อของเทพกรีก มีความหมายแปลว่า Victory หรือชัยชนะ ตัว logo นั้นมีชื่อว่า Swoosh ครับ ซึ่งโดยสัญลักษณ์ที่แท้จริงของ logo นี้คือตัว V ซึ่งหมายถึง victory นั่นเอง อย่างไรก็ตาม logo นี้ก็ยังสามารถมองได้เป็นต่างๆนานาอีกเช่น บางคนเห็นเป็นเหมือนปีกของเทพ (เมื่อ logo ติดอยู่ที่ด้านข้างของรองเท้า) หรือบางคนก็เห็นว่าเป็นเครื่องหมายถูก อย่างไรก็ตาม กำเนิดของ logo Nike มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าความหมาย ลองอ่านดูครับ

Logo Nike เกิดขึ้นจากการที่เจ้าของ Nike Phil Knight ต้องการ Logo สำหรับธุรกิจรองเท้าของตัวเองอย่างด่วน เลยวิ่งเข้าไปหานักเรียน designer คนหนึ่งที่ชื่อว่า Carolyn Davison ขณะกำลังทำงาน drawing ส่งอาจารย์ แล้วบอกว่า อยากได้ logo ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น movement ซึ่งหลังจากที่ Carolyn ออกแบบมามากมาย แต่ละอันนั้นไม่โดนใจ Phil เลยซักกะนิด แต่เนื่องจากเวลานั้นไม่มีเหลือแล้ว ทาง Phil เลยบอกว่า OK เอาอันนี้ก็ได้ ซึ่งนั่นก็คือ Swoosh logo ปัจจุบันนั่นเอง พร้อมกับจ่ายเงินค่าจ้างเป็นจำนวนเงินเพียง 35 เหรียญ

ถึงแม้จำนวนเงินจะน้อยนิด แต่ว่าอีก 10กว่าปีต่อมา Phil ได้ส่งแหวนทองคำเป็นรูป logo Nike ไปให้กับ Carolyn พร้อมกับผลิตภัณฑ์ของ Nike ซึ่งเป็นจำนวนที่ถูกปิดเป็นความลับด้วย

จริงๆอยากจะต่อด้วย logo Apple แต่เหนื่อยและ ขอต่อด้วยเรื่องที่บอกไว้ตอนต้นดีกว่า เรื่องของ Logo identity

Logo ทุก logo จะถูกกำหนดไว้โดย designer ตั้งแต่แรก เป็นต้นว่า ต้องใช้สีอะไร code อะไร หากต้องพิมพ์เป็นขาวดำจะต้องเป็นอย่างไร Logo บาง Logo จะไม่สามารถอยู่บนพื้นสีอื่นๆได้เลย นอกจากสีขาว หรือสีที่กำหนดไว้ หากบาง logo สามารถอยู่ได้ ก็จะต้องมีการกำหนดขึ้นมาอีกกว่า หากพื้นด้านหลัง logo เป็นสีโทนมืด ตัว logo จะเป็นอย่างไร พื้นเป็นโทนสว่าง logo จะเป็นอย่างไร

เท่าที่รู้ก็จะมีอยู่ 2 brands ข้ามชาติในประเทศนี้นะครับ ที่มี identity ชัดเจนมากๆในการใช้งาน ซึ่งนั่นก็คือ McDonald’s และ KFC อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ว่า McDonald’s นั้นจะมีอยู่ 2 สีหลักคือ เหลือง และแดง ส่วน KFC นั้นก็จะเป็น ขาว และแดง

อย่างไรก็ตาม มี McDonald’s อยู่สาขาหนึ่งในประเทศไทยที่ถูกเปลี่ยนสี จากเหลือง แดง เป็น เหลือง น้ำตาล นั่นคือสาขา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนสีก็เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบนั่นเอง ซึ่งหากใช้สีเหลืองแดงเหมือนเดิม จะทำให้สีนั้นโดดออกมามากเกินไป ไม่เหมาะ

สำหรับ KFC นั้น ก็มีหนึ่งสาขาที่ทำการเปลี่ยนสีจาก แดง ขาว เป็น น้ำเงิน ขาว ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน ต้องการให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ

หาดูกันได้ครับ ที่ KFC สาขาหัวลำโพง เป็นอีกหนึ่งที่ที่หาดูได้ยากกับการเปลี่ยน identity ของ brand ระดับโลกในเมืองไทยแบบนี้

ว่ากันด้วยเรื่องของ Logo

วันนี้นั่งอยู่ในรถ ก็คุยกันเรื่อง logo โดยเนื้อเรื่องนั้นเริ่มจากคำถามที่ว่า “Logo มี trend ด้วยหรอพี่?” โดยเหตุผลที่ถามก็เพราะว่า หลายครั้งที่เราเห็น logo ของบริษัทหลายบริษัทที่ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน จะมีหน้าตาเหมือนกัน (ในที่นี้จะขอไม่ยกตัวอย่างชื่อบริษัท) เช่น บางบริษัททำ logo ใหม่เป็นรูปทรงกลม 3มิติเหมือนหยดน้ำ ซึ่งก็จะมีอีกหลายๆบริษัทที่ออกแบบ logo เป็นรูปหยดน้ำเหมือนกัน เหมือนเป็น trend ที่กำลังฮิต

ในความคิดส่วนตัว ผมคิดว่า logo ไม่สมควรที่จะต้องเป็นไปตาม trend ใดๆ สิ่งที่ logo สมควรจะเป็นที่สุดก็คือการเป็น logo ที่สามารถแสดงถึงตัวตนที่แท้จริงของบริษัทนั้นๆได้ หลายๆ logo บนโลกนี้ที่ผมชอบ ซึ่งก็ไม่ได้มี graphic ลวดลายอะไรที่ยุ่งยากมากมาย บางครั้งก็เป็น logo ที่มีแต่ตัวอักษร แต่ความเจ๋งของมันก็คือ concept และแนวคิดที่อยู่ด้านหลังของ logo เหล่านั้นต่างหาก

ผมเลยพูดถึง logo หลายๆตัวที่ติดอยู่ในหัวตลอดเวลาและพอจะรู้ความหมายหรือเรื่องราวของมันมาเล่าให้ฟังกันบ้าง

Logo แรกคือ Amazon.com

หลายคนคงเคยเข้า amazon.com .. logo ของ amazon.com เป็น logo ที่เรียบง่ายมากๆ ไม่ต้องเล่นสีสันหรือ graphic อะไรมากมาย เป็น text สะกดคำว่า Amazon.com กับลูกศรอยู่ทางด้านล่างของ logo ถ้าจะให้ลองดูดีดี ลูกศรนี้ลากจากตัวอักษร A ไปถึงตัวอักษร Z ในความหมายคือว่า Amazon.com มีทุกอย่าง ตั้งแต่ A-Z นั่นงัยครับ

ความเรียบง่าย ที่นำเสนอความเป็นตัวบริษัทได้อย่างชัดเจน ความเจ๋งที่อยู่ภายใน

Logo ที่ 2 เป็นหนึ่งใน logo ที่ผมชอบมากๆ.. FedEx

FedEx คือบริษัทรับสิ่งพัสดุ คู่แข่งสำคัญๆ ก็คือ DHL ปัจจุบันนี้หาคนไม่รู้จัก FedEx คงยากนะครับ อย่างไรก็ตาม Logo ของ FedEx ออกมาได้ประมาณ 10 ปีเห็นจะได้

แวบแรกที่ผมเห็น logo ของ FedEx เมื่อทำการ rebrand แล้ว ก็พบว่ามันเป็น logo ที่เรียบง่าย แต่สวยมากๆ (ชอบถึงขนาดเอามาทำเป็น project ส่งอาจารย์สมัยเรียน)

อย่างไรก็ตาม พอได้รู้ทีหลัง ก็พบว่า ที่ตัว logo ของ FedEx เองนั้นมีอะไรอย่างหนึ่งซ่อนอยู่

ลูกศร

เห็นมั้ยครับ เป็นลูกศรสีขาวที่เป็นช่องอยู่ระหว่าง E กับ x ทาง designer บอกว่า ลูกศรนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็ว และแม่นยำ แน่นอน.. อย่างนี้เรียกว่า สวยลึกๆ

Logo ต่อมาคือ Yamato

Yamato เป็นบริษัทขนส่งของญี่ปุ่น (ชื่อก็บอกอยู่) ส่วน Logo นี้เป็นรูปแม่แมวคาบลูกแมว ซึ่งเปรียบเทียบว่า แม่แมวที่คาบลูกแมวนั้นจะคาบด้วยความทนุถนอม นั่นหมายถึงความปราณีตและทนุถนอมในการขนส่งสินค้า ส่วนแมวนั้น สำหรับคนญี่ปุ่นหมายถึงความโชคดีครับ ความชอบโดยส่วนตัวนั้น นอกจาก concept แล้ว ผมยังคิดว่า ถ้าเราไม่ได้ตั้งใจคิดมากๆ เราก็อาจจะออกแบบ logo สำหรับบริษัทนี้มาเป็นรูปรถยนต์ขนส่งสินค้า หรือไม่ก็อาจจะเป็นรูปมือแล้วมีสินค้าอยู่บนมืออะไรอย่างนี้ แต่นี่ ใช้ “แมว” และเป็นแม่แมวคาบลูกแมว .. ลึกซึ้งลึกซึ้ง

Lucent Technologies

เป็นหนึ่งใน logo ที่มีการถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ในทั้งทางบวกและลบ Logo นี้ออกแบบโดยบริษัท Landor Associates ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับที่ออกแบบ logo ของ FedEx ล่ะครับ ซึ่งตัว logo นี้ สิ่งที่สะดุดตา และทำให้จำได้แม่นมากๆ ก็คือตัว Logo ที่เป็นภาพวาดพู่กันออกมาเป็นรูปวงกลมสีแดง ซึ่งทาง designer เค้าเรียกว่า “Innovation Ring” แต่กับคนที่ไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปซึ่งบอกว่า logo นี้หมิ่นศาสนาพุทธ หรือวัฒนธรรมเอเชีย หรือแม้กระทั่งพนง.ของ Lucent เองที่บอกว่า มอง logo แล้วเหมือนรูปโดนัทที่วาดโดยเด็กตัวเล็กๆ

สำหรับ logo ตัวนี้ concept เบื้องหลังลึกๆ คืออะไรผมไม่แน่ใจ แต่ที่เอามาให้ดูเพราะเป็นหนึ่งใน logo ที่เห็นครั้งเดียวแล้วจำได้แม่น ซึ่งนั่นก็คือหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของการเป็น logo นั่นคือความสามารถในการทำให้คนที่เห็น จดจำได้าง่าย รวดเร็ว และไม่ลืมชื่อบริษัท

ปิดท้ายด้วย logo ของ 7 eleven.. logo ที่มีคนพูดถึงกันเยอะมากอีก logo หนึ่ง

เหตุที่เป็น logo ที่มีคนพูดถึงมากที่สุด logo หนึ่งก็เพราะว่า ตัวอักษรสุดท้ายของคำว่า Eleven นั้น สะกดด้วย “n” ตัวเล็กเพียงตัวเดียว ในขณะที่ตัวอักษรอื่นๆก่อนหน้านี้ ELEVE นั้นสะกดด้วยตัวใหญ่หมดเลย

หลายคนอ้างว่า การทำ logo เป็นรูปตัว ‘n’ เล็ก ก็เพื่อทำให้เหมือนกับเป็นรูปแม่เหล็ก ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นฮวยจุ้ย ช่วยดึงดูดเงิน และตัวลูกค้าเข้ามาในร้านได้ ซึ่งความเข้าใจตรงนี้ได้ถูกพิสูจน์ด้วยการที่มีคนเมล์ไปถามที่ 7 eleven สาขาใหญ่ถึงความเป็นมา แล้วก็พบสาเหตุว่า..

การที่ทำตัว ‘n’ เป็นตัวเล็กนั้น เกิดขึ้นเมื่อภรรยาของเจ้าของ 7 eleven ในสมัยก่อน เห็นว่าเมื่อทำตัว ‘n’ ให้เป็นตัวใหญ่เหมือนตัวอื่นๆแล้ว จะทำให้ความสามารถในการมองเห็นและอ่านชื่อนั้นเป็นไปได้ยากกว่า ดังนั้นจึงได้ขอปรับให้เป็น ‘n’ ตัวเล็กอย่างที่เราเห็นๆกันง่ายๆ แบบนั้นแหละครับ .. logo ต้องสามารถส่งข้อความถึงลูกค้าได้ด้วย

จริงๆ มีเรื่องราวของ logo อีกหลายอย่างที่อยากจะพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นความหมายของ Starbucks หรือการเปลี่ยนสีของ logo ระดับโลกอย่าง McDonald’s และ KFC เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศรอบข้างในตัวเมืองกรุงเทพมหานครนี้ เอาเป็นว่าไว้โอกาสต่อไปละกันนะครับ

POKTOONG: GOLD WINNER AT TDMA!

POKTOONG.com โดย rgb72.com ได้รับรางวัล Gold จาก TDMA! โดยงานนี้ทาง rgb72 ได้รับความไว้วางใจในการทำ web production: concept design, flash design and animation, flash actionscript, และ database programming จาก ARCWW และ กระทรวงสาธารณสุข

Apple Pro Day : Making a Web with a Mac

วันนี้ถือว่าเป็นวันที่สำคัญมากๆ วันหนึ่งในประวัติศาสตร์ rgb72 ..​พูดแล้วเดี๋ยวจะหาว่าเว่อร์ไป

ตื่นแต่เช้าทั้งๆ ที่เมื่อคืนนอนก็ดึกเพราะมัวแต่ซ้อม present แถมยังนอนไม่หลับอีกต่างหาก เช้านี้ฝนตก รถติดสุดๆ ถึงขนาดตั้งจอดรถและวิ่งขึ้น BTS ไป ถึงที่หน้างาน 45 นาทีก่อนงานเริ่ม

วันนี้ทาง rgb72ได้มีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวทีงาน Apple Pro Day ครั้งที่ 2 โดยมีหัวข้องานว่า Apple Pro Day: Making a Web with a Mac โดยมีผม (เก่ง) และคุณอู ขึ้นไปพูด หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องของ ภาพรวมตลาดสื่อออนไลน์ การทำ website อย่างง่ายๆ ด้วย iPhoto และ iWeb และก็ตามด้วยการเปิด case studies งานที่ผ่านๆ ที่เราได้ทำ เช่น mPay, Matching Entertainment และ Matching Studio

เหตุการณ์ในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าจะมีติดๆขัดๆบ้างในช่วงแรกที่เจอรถติดมหันต์ (ขนาดเพื่อนที่จะมาดูบอกว่า ถึงงาน Apple ตอน 11.30 เลยว่ากลับดีกว่า) หรือว่าจะเป็นเรื่องการ switch หน้าจอ กับเครื่อง mac 2 เครื่องที่ไม่ smooth มากนัก แต่โดยรวมแล้วการ present งานออกมาดูดี และมีคนสนใจเยอะ คนที่เค้ามาดูงาน มีเดินออกบ้างแต่ไม่มาก มีหาวบ้าง อันนี้ชัวร์ แต่ว่ารวมๆแล้วคิดว่าคนดูน่าจะอยู่ประมาณ 300 คนเห็นจะได้ เสียดายที่วันนี้ฝนตก ไม่งั้นคนอาาจจะมามากกว่านี้ (แหะๆ จากที่ทีแรกคิดว่าจะมีคนมาดูแค่ 20 คนแล้วหลับ)

กลายเป็นว่างานนี้เวลาน้อยเกิน เพราะว่ากว่าจะเริ่มก็เกือบ 11โมง เพราะว่าฝนตกวันนี้ หลายอย่างเลยล่าช้า ทาง team Apple บอกว่า ให้เวลาเราถึง 11:45 ซึ่งนั่นก็คือแค่ 45 นาที (จากที่ทีแรกบอกให้เราเตรียมมา 1:30ชม) เราก็เลยเครียดว่า อ้าว งี้ก็พูดไม่หมดน่ะสิ ไปๆมาๆ เค้าเลยบอกว่า งั้นขอเลื่อนเวลาให้เป็น 12:00 ละกัน มีเวลาเต็มที่ 1 ชม.

Present งานผ่านไปจนถึงเที่ยงตรง พิธีกรสาวสวยเดินมาอยู่ข้างเวที เตรียมปิดงาน เราก็เอาล่ะหว่า ยังไม่จบเลย แถมคนที่ฟังเราก็ดูยังมีท่าทีอยากฟังอยู่เรื่อยๆ แต่ว่าทำงัยได้ เวลาหมดแล้ว

ผมเลยต้องพูดไปว่าเวลาหมด แล้วก็ต้องรีบตัดบทออกไป ก็เป็นอันว่าจบงาน

เลิกงานมีคนเข้ามาคุย ถามรายละเอียดกันพอสมควร สนุกดี น้องตูนนี่ก็คุยไม่ยั้ง ไหนจะคุณอูมัวแต่ตอบคำถามเพลิน computer ไม่คิดจะเก็บกัน มีคนมาถามด้วยว่า “จะไปพูดที่ไหนอีกรึเปล่า จะได้ตามไปฟัง” โห ..​ขนาดนั้นเลย มีหลายคนเสียดายที่ดูได้ไม่จบ..​โห เว่อร์จริงๆ ดีใจ เอาเหอะ ถ้าเราทำได้ดีจริงๆ ปีหน้าคงจะได้มาใหม่

เที่ยง ทาง Apple เลี้ยงข้าว (ทุกคน) กินกันอย่างเมามันส์ คุณบอล กะคุณนอนี่ ท่าทางจะวางช้อนยาก ส่วนน้องแอนไม่ได้กินเยอะเพราะมัวแต่ห่วงสวย :-)

กลับมาถึง office กันประมาณบ่าย 2 กว่าๆ งานนี้เกนคนไปทั้ง office (อย่างทีบอกทีแรกว่า กลัวจะมีคนเข้างาน 20 คน เลยกะว่ามีของเราไปอีกน่าจะพอเพิ่ม rating ได้บ้าง) รีบเอารูปมา load เข้า com ก็ได้ภาพออกมาประมาณนี้..

สุดท้่ายนี้ขอขอบคุณทีมงาน rgb72 ทุกคนที่มาร่วมในประวัติศาสตร์ ทำให้วันนี้ฉลุยมากๆ ตั้งแต่ Presentation, คนที่มานั่งฟังซ้อม presentation, showreel, website rgb72 v.2008, และคนช่วย jam ทำเว็บไซต์ rgb72

และที่ขาดไม่ได้เลยคือน้อง Photon นะคับ thank you








หน้าต่อไป